Death Race: ซิ่งติดเรตทุนนิยม
posted on 26 Aug 2008 06:07 by r-10
คำเตือน : ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาและภาพแสดงถึงความรุนแรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ประโยคข้างต้นวิ่งผ่านสายตาผม ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาภาพยนตร์ Death Race ซิ่งสั่งตาย ซึ่งบ่งบอกถึงประเภทของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี
Death Race เป็นผลงานอำนวยการสร้าง เขียนบทและกำกับโดยพอล ดับเบิ้ลยู แอนเดอร์สัน ซึ่งฝากผลงานไว้จากเรื่อง Resident Evil และ AVP: Alien vs. Predator โดยนำเอาภาพยนตร์คลาสสิก Death Race 2000 ของโรเจอร์ คอร์แมน มาสร้างตามแนวทางจินตนาการใหม่ของตนเองลงจอเงินอีกครั้ง
เรื่องราวมหกรรมซิ่งสนั่น สะท้านปฐพีเริ่มขึ้นเมื่อ แจนเซ่น เอ็ม (เจสัน สเตทแธม) ถูกยัดเยียดข้อหาฆาตกรรมภรรยาตนเอง และถูกส่งตัวอย่างเร่งด่วนเข้าสู่ทัณฑสถานเทอร์มินอล ไอร์แลนด์ คุกที่ดำเนินกิจการโดยเอกชน ซึ่งควบคุมโดยเฮนเนสซี่ย์ (โจน อัลเลน) หัวหน้าพัสดีหญิง ซึ่งทำธุรกิจหากำไรจากบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรดภายในคุกนั่นเอง
ภายในเทอร์มินอล ไอร์แลนด์มีรายการแข่งขันแบบหฤโหดที่ถ่ายทอดเป็นเรียลลิตี้โชว์ให้คนทั่วโลกได้ยลกัน และที่เป็นทีเด็ดซึ่งทำเรตติ้งสูงเสียยิ่งกว่าซูเปอร์โบวล์ คือ Death Race อันเป็นการแข่งรถสุดหฤโหดยิ่ง แจนเซ่น เอ็ม ผู้มีอดีตเป็นนักแข่งรถสุดระห่ำพอตัว จึงต้องมาสวมรอยเป็นแฟรงเก้นสไตน์ ดาราชูโรงประจำทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเด๊ด-สะ-มอ-เร่ไปก่อนหน้านี้แล้ว
อิสรภาพจะเป็นผลตอบแทนที่แจนเซ่น เอ็มได้รับ หลังจากมีชีวิตรอดและชนะเลิศการแข่งขันสุดโหดหิน ซึ่งเต็มไปด้วยขวากหนามจากเหลี่ยมเลห์ กลโกงของเหล่าฆาตรกรนักแข่ง ที่นำโดยแมชชีน กัน (ไทรีส กิ๊บสัน) และพลพรรคนาวิกเกเตอร์ทั้งหลาย
หลังย่างเท้าออกมาจากโรงหนัง สิ่งที่พานพบผ่านสายตามาก่อนหน้านั้น เป็นความมันส์โหด ระห่ำเลือดท่วมจออยู่พอตัว มากพอที่จะติดเรตจำกัดอายุของผู้ชม แต่ภาพยนตร์แนวฆาตรกรโรคจิต หรือฆาตกรรมสยองขวัญกลับไม่มีติดเรตแม้สักนิด ทั้งๆ ที่หนังแนวนี้โหดกว่า Death Race อยู่หลายช่วงตัว
เอาล่ะ...... มาว่ากันถึงเนื้อเรื่อง Death Race ก็ไม่ค่อยเน้นอะไรมากมาย เนื้อเรื่องจึงออกดูพื้นๆ หลวมๆ ขาดความน่าสนใจมากๆ แต่ผู้สร้างไปเน้นที่ความมันส์และความดิบเถื่อน อารมณ์ของหนังต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีช่วงรู้สึกเบื่อหน่าย บางช่วงก็มีแอบปล่อยมุขออกมาเป็นระยะๆ จะว่าไปพล็อตเรื่องคล้ายกับเรื่อง Battle Royal ที่พระเอกถูกจับให้มาร่วมแข่งเกมแบบโหดๆ และใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่วิธีการแข่งของเกมทั้งสองเท่านั้นเอง
บางครั้ง Death Race ให้อารมณ์เหมือนกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ประเภท Need For Speed แต่ต่างกันที่รถใน Death Race แม้จะไม่สวยเท่า แต่ติดออปชั่นเสริมเพียบทั้ง ปืนขนาดมินิ 2 กระบอก ปืนพ่นไฟ และระเบิดนาปาล์ม ซึ่งบรรจงมอบความมันส์สะใจมากกว่าหนังแข่งรถธรรมดาหลายเท่าตัว
ภาพยนตร์เรื่อง Death Race ยังแฝงความนัยที่เสียดสีการทำธุรกิจตามระบบทุนนิยม ซึ่งมักจะไม่คำนึงถึงสิทธิ์ของ “ความเป็นคน” แม้จะเป็นฆาตกรมาก่อนก็ตาม
โดยเฉพาะประโยคที่หลุดออกจากปากเฮนเนสซีย์ หัวหน้าพัสดีสุดเริ่ด เชิด หยิ่ง ซึ่งมักจะพูดจาหว่านล้อมเจนเซ่นให้ทำงานอยู่กับตนเองต่อไป ด้วยประโยคเด็ดว่า.......
“เมื่อคุณออกไปแล้ว ก็ไม่สามารถเป็นสามี หรือพ่อที่ดีได้”
ผู้ที่รับบทเฮนเนสซีย์ คือ โจน อัลเลน ซึ่งเล่นได้อย่างร้ายถึงใจไปตลอดทั้งเรื่อง เป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างพระเอก กับผองพวกบรรดาตัวร้ายเกือบทุกตัวใน Death Race
ในส่วนของซาวน์แทร็ก ช่วยสร้างอารมณ์ เพิ่มอรรถรสได้ดี กระตุ้นอารมณ์ไปตลอดทั้งเรื่องให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้น
เอฟเฟกต์ ฉากระเบิดบางฉาก ยังดูไม่ค่อยเนียนตานัก แต่การมีดนตรีที่สามารถเร่งเร้าอารมณ์ มากู้จุดด้อยในส่วนนี้ไว้ได้ทันท่วงที
โดยรวมแล้ว Death Race เป็นผลงานที่เดินมาพร้อมกับความบันเทิงแบบเต็มพิกัด เหมาะสำหรับผู้แสวงหาหนังสนุกๆ ไว้ดูฆ่าเวลา ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ (ในตอนนี้) ที่น่าสนใจทีเดียวครับ
ถึงเนื้อเรื่องออกจะหลวมไปหน่อย แต่ก็ยังมีประเด็นข้อคิดแฝงมากับ Death Race โดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่อง (ที่จบตามสูตรเป๊ะ)
การทำหน้าที่บิดาที่ดี มิใช่อยู่ที่อดีตอันเลวร้ายที่ผ่านมา
แต่ขึ้นอยู่กับปัจจุบันว่าจะปกป้องความสุขของบุตรเช่นใด
รวมถึงความมุ่งมั่นในอนาคตที่จะสร้างความสุข
ให้กับคนที่เรารักต่างหาก
ดินสอ 2B
---------