Hancock ซูเปอร์ฮีโร่ฉบับบ้านๆ
posted on 07 Jul 2008 23:24 by r-10
จะว่าไปแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งพากันพาเหรดเข้าสู่แผ่นฟิล์มมากมายในขณะนี้ ต่างมีจุดร่วมที่นอกเหนือจาก “พลังอันยิ่งใหญ่” สุดที่มนุษย์จะเอื้อมถึงแล้ว ยังมาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” อันใหญ่ยิ่ง
Hancock ก็เป็นอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งออกมาโลดแล่นทางจอเงินเช่นกัน โดยปัดเป่าเภทภัย ปราบปรามเหล่าร้ายในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับ Peter Berg และทีมผู้สร้าง Spider-Man กับ Transformers
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อกระทาชายนายจอห์น แฮนค็อก (วิล สมิธ) แห่งเมืองลอสแองเจลลิส ผู้มาพร้อมกับพลังวิเศษเหนือมนุษย์ เขามักจะใช้พลังพิทักษ์คุณธรรมเฉกเช่นฮีโร่ทั่วไป แต่เจ้ากรรม ด้วยอุปนิสัยดิบ เถื่อน ห่าม กับอาการ ม.ต.ล.ว. (เมาตลอดวัน) กลับสร้างความเสียหายให้กับทุกพื้นที่ ซึ่งเขาเหยียบย่างไป ท่ามกลางเสียงก่นด่า สาปแช่งของชาวบ้านทั่วทั้งเมือง
จนวันหนึ่งนายแฮนค็อกช่วยชีวิตเรย์ (เจสัน แบ็ทแมน) นักประชาสัมพันธ์หนุ่มใหญ่ รอดจากการถูกรถไฟอัดก๊อปปี้ (ไม่ใช่ไรท์หนังแผ่นนะครับ) พร้อมกับสร้างความเสียหายเหลือคณานับ ท่ามกลางเสียงก่นด่าของชาวบ้านอีกตามเคย แต่กลับสร้างความประทับใจให้เรย์ และเห็นเป็นสิ่งท้าทายความสามารถ เขาจึงเสนอตัวเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่ติดลบแบบสุดกู่ของนายแฮนค็อกในสายตาชาวบ้านให้ดีขึ้น
ปฏิบัติการเปลี่ยนโฉมซูเปอร์ฮีโร่ที่แย่สุดๆ ให้เหมือนกับยอดมนุษย์ทั่วไป กลับต้องพบอุปสรรคสำคัญ ทั้งนิสัยส่วนตัวของนายแฮนค็อก คำปรามาส ดูถูกของชาวบ้าน และการคัดค้านของแมรี่ (ชาลีซ เทียรอน) แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของเรย์ ซี่งมีอดีตอันสุดแสนลึกลับกับนายแฮนค็อกมาก่อนหน้านี้
จากเนื้อเรื่องของ Hancock ดำเนินเรื่องค่อนข้างกระชับ ฉับไว และสั้นไปนิด (แบบยังไม่เต็มอิ่มดี) ที่สำคัญคือ มีมุขฮาเข้าสอดแทรกภายในเนื้อเรื่องเป็นระยะ ตัวหนังมักจะหาเหตุผลมาหักล้างในแต่ละเนื้อหา เช่น ความเป็นมาอันคลุมเครือของนายแฮนค็อก ก็เฉลยออกมาจากปากของผู้ที่มีพลังเหนือมนุษย์เช่นเดียวกับพระเอกของเรา ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องและตอนท้ายเรื่อง
หากพูดถึงนายแฮนค็อกแล้ว ผมรู้สึกว่าเขามีความเป็นมนุษย์มากกว่าซูเปอร์ฮีโร่อื่นใดที่เคยโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ซึ่งฉีกกฏแทบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะบุคลิกภาพ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี สุภาพ เทห์ ฉลาด สุขุม สาวกรี๊ด!!! เป็นที่ยกย่องของทุกคน และไม่ต้องปกปิดตัวจริงให้เสียเวลาและสถานที่
อีกทั้งคนทั่วไปสามารถเข้าถึงซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้ได้ง่ายกว่ายอดมนุษย์รายอื่นๆ ซึ่งมักจะเห็นได้จากฉากที่ชาวบ้านออกมาโวยวาย ดุด่า เหน็บแนม นายแฮนค็อกอยู่เนืองๆ ยามที่นายแฮนค็อกคอยป่วนแทนที่จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างจริงจัง กับฉากที่มนุษย์ธรรมดาสามารถทำให้ซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้บาดเจ็บเจียนตาย โดยไม่ต้องพึ่งพลังวิเศษ หรือใช้อาวุธที่ลึกลับซับซ้อน แต่ต้องสบกับจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม
ภาพยนตร์เรื่อง Hancock บางครั้งก็เสียดสีซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆอย่างแยบคาย ด้วยการใช้ซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูน (รุ่นเก๋ากึ๊กส์) เป็นสื่อ พร้อมกับการวิพากษ์แบบตรงไปตรงมาตามแบบฉบับของนายแฮนค็อก
มีข้อสังเกตอยู่นิด กับฉากที่แอรอน (เจย์ เฮด) ลูกชายโทนของเรย์ ถามถึงที่มาของรูปนกอินทรีย์บนหมวกไหมพรมของนายแฮนค็อก ซึ่งไม่มีคำตอบหลุดออกมาจากปากนายแฮนค็อก เหมือนกับให้ผู้ชมคิดเอาเอง โดยส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นอเมริกา ที่มักจะออกมาวางก้ามเป็นผู้พิทักษ์โลก แต่กลับมาป่วนโลกหนักกว่าเดิม ซึ่งคล้ายกับตัวตนของนายแฮนค็อกนั่นเอง
น่าเสียดาย เสียงพากษ์ไทยของนายแฮนค็อกไม่ค่อยเข้ากับอารมณ์ของหนังนัก ฟังเสียงแล้ว รู้สึกได้ถึงความไม่มีชีวิตชีวา ดูเนือยๆจนเกินไป ทำให้หนังเสียอรรถรสไปเยอะเหมือนกันอันที่จริงควรจะนำนักพากษ์ที่มีเสียงตรงกับคาแรกเตอร์ของตัวละครน่าจะเหมาะสมกว่า
โดยภาพรวมแล้ว ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่อง Hancock ก็ดีอยู่ในระดับหนึ่ง หากหวังฉากต่อสู้ บู๊ดุเดือดเลือดพล่าน ที่เป็นแนวแอ็กชั่นเช่นเดียวกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วๆไป ก็คงจะผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะหนังตั้งใจเน้นที่ความฮา บ้าพลัง และที่ส่วนเหลือเป็นฉากดราม่าของนายแฮนค็อก
อีกเช่นเคย หนังเรื่องนี้ก็ไม่ไร้สาระไปซะทีเดียว และมีข้อคิดแฝงที่แทรกในตอนท้ายเรื่องมาฝากกัน คือ......
ในการใช้ชีวิตคู่ หากอยู่ร่วมกันไม่ได้
การเสียสละอาจจะเป็นทางออกที่ทำให้คนรักมีความสุขที่สุด
แม้ตนเองจะต้องยอมทนโดดเดี่ยวก็ตาม
ดินสอ 2B
---------
หนังเรื่องนี้สนุกใช้ได้เลยแหละ
ดูเหมือนพยายามบอกที่มาของพระเอกกับนางเอก
ที่เปรียบได้ดั่ง "อดัมกับอีฟ" ไงครับ
#1 By Juninyá on 2008-07-08 21:49